ศาสนา คริส

อีกหนึ่งศาสนาที่ต้องบอกเลยว่าเป็นศาสนาที่มีความสำคัญของโลกเลยก็ว่าได้ สำหรับศาสนาคริสต์แล้วก็มีผู้ที่นับถือศาสนานี้เยอะมาก ซึ่งจะถูกเรียกว่าศาสนาประเภทเอกเทวนิยมเพราะว่าศาสนา คริส โดยส่วนใหญ่จะเน้นไปทางเกี่ยวกับการมอบสิ่งดีๆ อย่างเช่นความรักที่บริสุทธิ์ที่พระเจ้ามีและส่งต่อให้กับมนุษย์ เพราะว่าถ้าจะให้พูดกันตามตรงแล้วเราก็หลักของศาสนาคริสต์ จะถือว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกนั้นเป็นบุตรของพระเจ้าและศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่มีศาสดาเยอะ ซึ่งแต่ละคนก็สามารถที่จะเลือกในการนับถือได้ตั้งแต่สมัยก่อนก่อน ต้องบอกก่อนว่าพระเยซูนั้นเป็นอีกหนึ่งพี่ชาวคริสต์นับถือ และให้ความเคารพเป็นอย่างมาก และเขาก็เป็นชาวยิวซึ่งมีคำสอนของศาสนาว่าพระเยซูนั้นจะเป็นคนที่ส่งมาปลดทุกข์ให้กับโลกของเรา และด้วยวันประสูติของพระเยซูในวันที่ 25 ธันวาคมสำหรับคนที่เรียนโรงเรียนคริสต์น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งเขามีแม่ชื่อว่ามาลีและมีพ่อชื่อว่าโยเซฟ สมัยนั้นถ้าใครมีบุตรมาเกิดจะโดนกำจัดเพราะว่ามีคำพยากรณ์ออกมาว่าผู้มีบุญจะมาเกิด

ประวัติความเป็นมาของศาสนา คริส

ศาสนาคริสต์นั้นเป็นอีกหนึ่งศาสนาที่มีความสำคัญของโลก และมีคนนับถือมากเป็นอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ และก็เป็นศาสนาที่เกิดขึ้นในแถบทวีปเอเชียแต่มันก็เป็นอีกหนึ่งศาสนา ที่ไปรุ่งโรจน์อยู่ในโซนตะวันตก ซึ่งถ้าจะให้เล่าย้อนกลับไปประวัติศาสตร์เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ ก็มาจากเชื้อสายและศาสนาของยิวแต่ก็ได้รับการต่อต้านตั้งแต่สมัยก่อน พระประวัติศาสตร์ของศาสนาคริสต์นั้นก็มีความผูกพันกับชาวยิว และตั้งแต่ที่พระเยซูได้กำเนิดออกมาก็เป็นคนทีใฝ่ธรรมะ และสำหรับชาวคริสต์ทุกคนเพื่อที่จะได้เป็นศาสดาอย่างสมเกียรติ และยังสมบูรณ์ก็คือควรที่จะรับศีลล้างบาป เพื่อที่จะได้เป็นเหมือนการประกาศตนว่าเป็นคริสต์ศาสนิกชน ด้วยประวัติอันยาวนานเมื่อก่อนพระเยซูก็ได้ประกาศศาสนา และเผยแพร่คำสอนแล้วก็มีสาวกทั้ง 12 คนที่ติดตามพระเยซู

คริส

แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพระเยซูนั้นได้มีสิทธิ์ที่เห็นแก่เงินทำให้เหล่าขุนนาง หรือคนรวยนั้นไม่พอใจและโกรธแค้นหาทางทำร้ายพระเยซูจับตัวไปขึ้นศาล โดยที่พระเยซูนั้นได้ลงโทษโดยการตรึงกางเขนเป็นสิ่งที่ทำให้พระเยซูนั้นทุกข์ทรมานเป็นอย่างมากมีความโหดร้ายโหดเหี้ยยมทารุณ และก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ใช้เวลาประกาศศาสนาได้เพียงแค่ 3 ปีเท่านั้นและก็สิ้นพระชนม์มายุตอนอายุ 33 แต่ก็มีความเชื่อของชาวคริสต์ที่ได้กล่าวเอาไว้ว่าหลังจากที่พระองค์พระเยซูนั้นได้เสียชีวิตไปเพียง 3 วันก็กลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้งและที่สำคัญเหล่าสาวกทั้งหลายก็ได้มีการทดลอง หรือทดสอบเพื่อที่จะได้ทำให้มั่นใจว่าเป็นพระเยซูที่ฟื้นชีวิตขึ้นมาจริงๆ เพื่อที่จะได้รู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่หลอกลวงและมันคือความจริง และหลังจากที่สาวกแต่ละคนนั้นได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจึงได้กลับไปอธิษฐานอย่างเอาจริงเอาจัง และเผยแพร่ศาสนาและเป็นการเผยแพร่ได้ยากลำบากมาก เพราะถูกต่อต้านจากศาสนายูดาย

สาเหตุที่คริสเตียนควรที่จะไปโบสถ์

ด้วยความเชื่อในด้านศาสนาแต่ด้วยความที่เป็นศาสนา ก็มักที่จะทำให้ทุกคนนั้นยึดมั่นแต่ความดีแต่เชื่อเลยว่าศาสนา แต่ละศาสนานั้นมักจะมีแนวคิดที่แตกต่างกันด้วยศาสนาอื่น อาจจะมองว่าทำไมคนที่นับถือศาสนาคริสต์จึงไปโบสถ์กันเป็นประจำในบางครั้ง การไปโบสถ์นั้นมันก็เป็นกุศโลบายสักอย่างหนึ่งที่ เป็นการทำให้ทุกคนนั้นได้มาทำกิจกรรมร่วมกันเป็นการสร้างความสามัคคี มันจะทำให้เราคิดเตียนแต่ละคนนั้นได้มาพบเจอกันและจะได้ทำให้ทุกคนรู้จักกันส่วนใหญ่ แล้วมักจะมาตั้งแต่เด็กจนโตและจะได้ทำอะไรร่วมกันอย่างเช่นการอวยพรร่วมกัน โดยส่วนใหญ่แล้วศาสนาคริสต์นั้นมักจะใช้การร้องเพลงเป็นการเฉลิมฉลอง หรือภาวนามวยพรในสิ่งต่างๆและมันเป็นกิจกรรมทางศาสนาที่ชาวคริสต์นั้น ให้ความเคารพนับถือและมีความเชื่ออย่างเต็มที่และกิจกรรมอย่างการสารภาพบาป หรือการอวยพรต่อพระเจ้าก็เป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นกิจกรรมทางศาสนา

ทำไมศาสนาคริสต์จึงมีหลายนิกาย

ต้องบอกก่อนว่าถึงแม้จะเป็นศาสนาไหนก็ตาม มักจะมีการแตกกลุ่มออกไปอยู่แล้วด้วยความที่ศาสนามีความเสื่อมลง จึงทำให้เกิดความแตกแยกและความรุ่งเรืองที่เคยมีมามันก็มีอายุที่ไม่ยืนนาน ดังนั้นการแตกแยกนิกายออกไปจึงเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อ ตามหลักศาสนาตามรูปแบบของแต่ละนิกายโดยส่วนใหญ่มักจะเป็นคำสอนที่ไม่สามารถจับต้องได้แต่รู้สึกได้จริงๆ แล้วถึงจะมีหลายนิกายแต่สุดท้ายไม่ว่าจะเป็นแนวทางปฏิบัติหรือจุดมุ่งหมายก็เป็นไปในทางคล้ายๆกัน อย่างโรมันคาทอลิกก็เป็นอีกหรึ่งนิกาย ซึ่งเป็นนิกายที่มีความเชื่อว่าโลกหลังความตายมีอยู่จริง และมีเกี่ยวกับความดีความชั่วทำบาปความศรัทธาทำดีได้ไปสวรรค์ แต่สำหรับอีกหนึ่งนิกายโปรเตสแตนต์เชื่อว่าการขึ้นสวรรค์เกิดจากความเชื่อ และความศรัทธาที่มีต่อพระเยซูมันไม่เกี่ยวกับการกระทำ

Close Menu